ภัยแม่น้ำโขง
"แม่น้ำโขง-ลุ่มน้ำสาขา" เปรียบได้กับสายน้ำแห่งชีวิตหล่อเลี้ยงประชากรในภูมิภาคของเรา
ไล่มาตั้งแต่แถบจีนตอนใต้ ไหลลงต่ำผ่านหลายชาติกลุ่มอินโดจีน ทั้งไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม
ธรรมชาตินั้นเมื่อให้ชีวิตได้
ก็ย่อมทำลายได้เช่นกัน!
2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แทบทุกประเทศที่กล่าวมา ล้วนได้รับผลกระทบหนักบ้าง-เบาบ้างจากวิกฤตน้ำโขงท่วมทะลักล้นตลิ่งแตกต่างกันไป
สำหรับบางพื้นที่ เช่น "ลาว" ระดับน้ำแม่น้ำโขงทำสถิติท่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 100 ปี!
สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อพื้นที่เพาะปลูก และพื้นที่อยู่อาศัย เช่นหลายอำเภอในจังหวัดหนองคายต้องตกอยู่ในสภาพจมน้ำ
ข้อมูลขการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้สองฝั่งโขงท่วมหนักมี 3 ประการ นั่นคือ
1. พายุฝนพัดถล่มช่วงต้นเดือนสิงหาคม
2. ลักษณะทางกายภาพของลำน้ำโขงที่เปลี่ยนไป เพราะผลจากการ "ระเบิด" เกาะแก่ง-แก่งหินต่างๆ ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อเปิดเส้นทางคมนาคมและขนส่งทางเรือ ส่งผลให้กระแสน้ำไหลเร็ว แรง เชี่ยวกรากกว่าในอดีต
3. โครงการสร้าง "เขื่อน" กั้นแม่น้ำโขงหลายแห่งของรัฐบาลจีนแดง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนธุรกิจภาคอุตสาหกรรม
เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง-ล้านนา เชื่อว่า เหตุ "น้ำโขงระเบิด" ครั้งนี้เป็นเพราะจีนสั่งระบายน้ำออกมาจาก "เขื่อนจิ่งหง" เขื่อนเปิดใหม่แถวเมืองเชียงรุ้ง เขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน และยังมีเขื่อนใหม่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 3 แห่ง
ถ้า "คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง" 6 ชาติ จีน ไทย ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม ไม่ทำงานร่วมกันโดยยึดผลประโยชน์ของทุกชาติเป็นตัวตั้ง..
ไม่ต้องเป็นหมอดูฟันธงก็ทราบว่า ปัญหาน้ำโขงที่เกิดขึ้นในปีนี้จะยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเดิมในปีต่อๆ ไป

