โครงการเขื่อนโป่งขุนเพชร

โครงการเขื่อนโป่งขุนเพชร

ข้อมูลเบื้องต้น วัตถุประสงค์โครงการ: เพื่อการเกษตร ผู้รับผิดชอบโครงการ: กรมชลประทาน ที่ตั้งหัวงาน: บ้านกระจวน หมู่ 4 ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เนื้อที่ของชลประทาน: 12,300 ไร่ในท้องที่ ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว และต.โป่งนก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ปริมาณความจุน้ำ: 97 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ผิวน้ำ: 16.2 ตารางกิโลเมตร (10,215 ไร่) จำนวนราษฏรที่ได้รับผลกระทบ: ประมาณ 500 ครอบครัว 5 หมู่บ้าน (บ้านกระจวน, บ้านใหม่ห้วย, หินฝน, บ้านห้วยทับนาย, บ้านบุงเวียน, บ้านโคกชาด) แผนผังโครงการการใช้น้ำจากเขื่อน: ไม่มี แผนโครงการรองรับราษฏรผู้ได้รับผลกระทบ: ไม่มี สภาพปัญหา การดำเนินงานของทางราชการไม่โปร่งใส: มีการปิดบังข้อมูล เช่น หลักเกณฑ์ ระเบียบ หรือมติ ครม. ในการจ่ายค่าทดแทน ถูกปกปิดและบิดเบือน แนวเขตน้ำท่วมหรือเขตชลประทานไม่แน่ชัด ขัดแย้งกับข้อมูลของ สปก. กีดกันชาวบ้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ให้มีส่วนร่วม: เช่น การรังวัดที่ดิน การนับต้นไม้ เจ้าหน้าที่ทำเองโดยพลการ เจ้าของที่ดินและพยานข้างเคียงไม่ได้นำชี้ กระทำการทุจริตผิดกฎหมาย: ข่มขู่หลอกลวงชาวบ้านว่าอยู่ในเขตป่าสงวน ทางการไม่มีค่าทดแทน ใครไม่ยอมออกไปจะถูกดำเนินคดีอาญา ฉ้อโกงค่าทดแทนต้นไม้และสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 25 ล้านบาท โดยการทำหลักฐานเท็จ ปลอมลายมือชื่อชาวบ้าน เรียกรับสินบน ขู่เข็ญกรรโชกให้ชาวบ้านกลัวแล้วบังคับเอาส่วนแบ่งจากค่าทดแทน ตัดไม้ทำลายป่า โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเอาไม้ไปขายเป็นผลประโยชน์ส่วนตัว ถนนเข้าหัวงานชำรุดตั้งแต่ก่อสร้างเสร็จยังไม่ทันถึงเดือน ส่อพิรุธว่าน่าจะมีการทุจริต ไม่มีการคำนวณต้นทุนทางสังคม กระทบต่อระบบนิเวศทั้งระบบและวิถีชุมชน เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำเภอใจ: ไม่มีมาตรการที่ชัดเจน เช่น การจ่ายค่าทดแทนที่ดิน (ค่าขนย้าย) และการจ่ายค่าทดแทนต้นไม้และสิ่งปลูกสร้าง ผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชุมชน ไม่มีการทำรายงานประเมินผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ทำลายป่าต้นน้ำห้วยลำเชียงทา อันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำชี ทำลายอาชีพหลักของชาวบ้าน เช่น การหาของป่า ทำลายระบบเกษตรกรรมธรรมชาติ ทำลายวิถีชีวิต ชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่น ผลได้-ผลเสีย คุ้มค่าหรือไม่? ผลที่คาดว่าจะได้รับ (อนาคต) พื้นที่เพาะปลูกในหน้าฝน 100,000 ไร่ หน้าแล้ง 25,000 ไร่ รายได้จากการขายผลผลิตเพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่การเกษตร แหล่งจับปลา แหล่งน้ำอุปโภคบริโภค แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้าน บรรเทาอุทกภัยด้านท้ายน้ำ (ชั่วคราว) ผลที่เสียไป (ปัจจุบัน) พื้นที่เกษตรธรรมชาติหรือวนเกษตร 12,300 ไร่ รายได้จากการเกษตรธรรมชาติและการหาของป่า มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท/ปี แหล่งอาหารที่เป็นสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง ปลา อึ่ง ฯลฯ สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเสียไป อุทกภัยหน้าเขื่อนตลอดไป ครอบครัวแตกสลาย ทำลายวิถีชีวิตและสังคมชนบท งบประมาณแผ่นดินสูญเปล่าเพราะการทุจริต คอร์รัปชั่น ไม่มีหลักประกันว่าจะได้ผลตามที่กรมชลประทานกล่าวอ้าง ไม่มีแผนรองรับหรือแผนเยียวยาชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ ต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรม

กลับไปหน้าข่าวสาร