ลำดับเหตุการณ์ราษีไศล สิงหาคม 2542 ถึง เมษายน 2545

จุดเริ่มต้นการเคลื่อนไหวและข้อเรียกร้อง
ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนราษีไศล ได้ยึดพื้นที่อ่างเก็บน้ำด้วยการตั้งหมู่บ้านแม่มูนมั่นยืน ๒ ข้อเรียกร้องคือ
ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานเปิดประตูระบายน้ำเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ โดยการสำรวจภาคสนาม ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๓ สมัชชาคนจน ได้ยื่นหนังสือให้จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้ ๑.ให้ตรวจสอบความคุ้มค่าในการสร้างเขื่อนราษีไศล ดังนี้ ๑.๑ งบประมาณในการก่อสรร้างเขื่อนราษีไศล ๑.๒ งบประมาณในการจ่ายค่าชดเชย ( โดยให้รวมเป็นต้นทุนในการสร้างเขื่อน ) ๑.๓ ต้นทุนทางสังคม ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม ความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ป่าบุ่ง ป่าทาม ( โดยให้รวมเป็นต้นทุนในการสร้างเขื่อน ) ๑.๔ จำนวนราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำ ในการทำการเกษตรในฤดูแล้ง
โดยให้คิดเป็นเนื้อที่จำนวนไร่ ๑.๕ รายได้ในแต่ละครัวเรือน ๒.ตรวจสอบการแพร่ระบาดของปัญหาดินเค็ม อันเนื่องมาจากเขื่อนราษีไศล ประเด็นดังนี้ ๒.๑ จำนวนบ่อเกลือซึ่งชาวบ้านต้มประกอบอาชีพก่อนการสรางเขื่อนราษีไศล ( จำนวนบ่อต่อเนื้อที่ไร่ ) ๒.๒ ขนาดของแหล่งโดมเกลือใต้ดินอ่างเก็บน้ำเขื่อนราษีไศล ๒.๓ การเกิดดินเกลือรอบอ่างเก็บน้ำซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นนับแต่มีการกักเก็บน้ำ ( จำนวนเนื้อที่ต่อไร่ ) ๒.๔ ปริมาณคุณภาพน้ำฝุ่นละอองและสิ่งเจือปนในน้ำ ๓.รัฐบาลต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนราษีไศล ดังนี้ ๓.๑
สมุนไพรที่สูญเสียไปจากการสร้างเขื่อน ๓.๒ ปริมาณประชากรปลาและจำนวนพันธุ์ปลาที่ลดลง ๓.๓ ทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศน์ป่าบุ่งป่าทามที่สูญเสียไป ๓.๔ ที่ดินทำกินของราษฎรซึ่งถูกน้ำท่วมและยังไม่ได้รับค่าชดเชย ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๓ จังหวัดศรีสะเกษ ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย และปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ให้รับไปดำเนินการ โดยมีประเด็นในการดำเนินการดังนี้ ๑.ให้ตรวจสอบความคุ้มค่าในการสร้างเขื่อนราษีไศล ดังนี้ ๑.๑ งบประมาณในการก่อสรร้างเขื่อนราษีไศล ๑.๒ งบประมาณในการจ่ายค่าชดเชย ( โดยให้รวมเป็นต้นทุนในการสร้างเขื่อน
) ๑.๓ ต้นทุนทางสังคม ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม ความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ป่าบุ่ง ป่าทาม ( โดยให้รวมเป็นต้นทุนในการสร้างเขื่อน ) ๑.๔ จำนวนราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำ ในการทำการเกษตรในฤดูแล้ง โดยให้คิดเป็นเนื้อที่จำนวนไร่ ๑.๕ รายได้ในแต่ละครัวเรือน ๒.ตรวจสอบการแพร่ระบาดของปัญหาดินเค็ม อันเนื่องมาจากเขื่อนราษีไศล ประเด็นดังนี้ ๒.๑ จำนวนบ่อเกลือซึ่งชาวบ้านต้มประกอบอาชีพก่อนการสรางเขื่อนราษีไศล ( จำนวนบ่อต่อเนื้อที่ไร่ ) ๒.๒ ขนาดของแหล่งโดมเกลือใต้ดินอ่างเก็บน้ำเขื่อนราษีไศล ๒.๓ การเกิดดินเกลือรอบอ่างเก็บน้ำซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นนับแต่มีการกักเก็บน้ำ
( จำนวนเนื้อที่ต่อไร่ ) ๒.๔ ปริมาณคุณภาพน้ำฝุ่นละอองและสิ่งเจือปนในน้ำ ๓.รัฐบาลต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนราษีไศล ดังนี้ ๓.๑ สมุนไพรที่สูญเสียไปจากการสร้างเขื่อน ๓.๒ ปริมาณประชากรปลาและจำนวนพันธุ์ปลาที่ลดลง ๓.๓ ทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศน์ป่าบุ่งป่าทามที่สูญเสียไป ๓.๔ ที่ดินทำกินของราษฎรซึ่งถูกน้ำท่วมและยังไม่ได้รับค่าชดเชย ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๓ จังหวัดศรีสะเกษมีหนังสือที่ ศก๐๐๑๘/๗๖๖๘ แจ้งสมัชชาคนจนว่า ได้ส่งเรื่องให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม รับไปพิจารณาแล้ว มิถุนายน ๒๕๔๓
การยื่นเรื่องต่อหน่วยงานรัฐและมติคณะกรรมการ
สมัชชาคนจน ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการกลางเพื่อแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน โดยกรณีเขื่อนราษีไศลได้มีข้อเรียกร้อง ดังนี้
๑.ให้ยกเลิกการเก็บกักน้ำโดยการเปิดประตูระบายน้ำทั้ง ๗ บาน ๒.ให้ประเมินความคุ้มค่าของเขื่อนราษีไศล โดยให้รวมค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ามาประการคำนวณด้วย และให้เร่งตรวจสอบการแพร่กระจายของดินเค็มที่เกิดจากการเก็บกักน้ำ ๓.ให้ฟื้นฟูป่าบุ่ง – ป่าทาม และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ๔.เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมดให้กับชาวบ้าน และสาธารณะ รวมถึงสัญญาต่างๆ ที่มี เช่น แบบเขื่อน ระบบชลประทาน ฯลฯ รวมถึงสัญญาว่าจ้างการก่อสร้าง ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๓ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง การแก้ไขปัญหาฝายราษีไศล ดังนี้
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เห็นควรให้แขวนประตูระบายน้ำ เพื่อให้พื้นที่กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติ และในระหว่างนี้ก็เร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ โดยการรังวัดพื้นที่จริง เร่งรัดผลการศึกษาด้านต่างๆ ที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานได้มอบหมายให้หน่วยงานและสถาบันการศึกษาดำเนินการอยู่ เช่น การศึกษาแพร่กระจายของดินเค็ม น้ำเค็ม และผลกระทบทางสังคมจากโครงการฝายราษีไศล เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะได้นำข้อมูลต่างๆ มาใช้ในการดำเนินโครงการ กำหนดมาตราการป้องกันและลดผลกระทบ กำหนดแนวทางการบริหารจัดการฝาย
กำหนดระดับการกักเก็บน้ำที่เหมาะสมเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด โดยยึดหลักการ “ความโปร่งใส การเคารพต่อข้อเท็จจริงและหลักวิชาการ รวมทั้งคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของราษฎรทุกกลุ่มฝ่าย” ทั้งนี้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ ๑.แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม ๒.บรรลุประโยชน์สูงสุดของโครงการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ได้-เสีย ของราษฎรทุกฝ่าย ๓.ทำให้ปัญหาทุกประเด็น ได้รับการดูแลแก้ไข และพิจารณาศึกษาร่วมกันอย่างปราศจากอคติและความหวาดระแวง กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มีความเชื่อมั่นว่า ข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาฝายราษีไศลดังกล่าวข้างต้น จะเป็นแนวทางที่ทำให้ทุกฝ่ายลดความขัดแย้งและการเผชิญหน้า หันมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน บนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตยและด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๓
คณะกรรมการกลางเพื่อแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน ได้พิจารณาข้อเรียกร้องของสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนราษีไศล คณะกรรมการกลางฯ มีมติ ดังนี้ ๑.เปิดประตูระบายน้ำทั้ง ๗ บานไปก่อน เพื่อบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมเฉพาะหน้า และดำเนินการพิสูจน์สิทธิการครอบครองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ๒.การตัดสินใจดำเนินการใดๆ ของฝายราษีไศลในอนาคต ให้รอผลการศึกษาโดยสถาบันการศึกษาที่กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อประกอบการพิจารณาการใช้ประโยชน์ของฝายราษีไศลในระยะยาว โดยให้มีการคิดรวมมูลค่าสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้าเป็นต้นทุนของโครงการ อย่างครบถ้วน พร้อมกับพิจารณาระดับเก็บกักน้ำที่เหมาะสมใหม่ โดยกระบวนการพิจารณาต้องตั้งคณะกรรมการพหุภาคี ที่มีฝ่ายต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาผลการศึกษาดังกล่าว ทั้งนี้มาตรการลดผลกระทบต่างๆ จะต้องเป็นที่เข้าใจและยอมรับของประชาชน ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓
คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกลางฯ โดยมีมติให้แก้ไขปัญหากรณีเขื่อนราษีไศล ดังนี้ ๑. เห็นชอบ ให้เปิดประตูระบายน้ำทั้ง 7 บาน เพื่อบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะเฉพาะหน้า และให้พิสูจน์สิทธิการครอบครองและการใช้ประโยชน์ที่ดินด้วย ๒. เห็นชอบ ให้รอผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการศึกษาของสถาบันวิจัยทางสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนการตัดสินใจดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับฝายราษีไศลในอนาคต
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและแนวทางการแก้ไข
๒๖ มีนาคม ๒๕๔๔
นายกทักษิณ ชิณวัตร ได้ลงนามคำสั่งที่ ๕๐ / ๒๕๔๔ แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน ( มีรองนายกรัฐมนตรีนายปองพล อดิเรกสาร เป็นประธานคณะกรรมการ ) ๓ เมษายน ๒๕๔๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ตามแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนี้ ๑.
รับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ตามเอกสารที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนเสนอโดย ๑.๑ เรื่องใดผู้แทนฝ่ายรัฐและผู้แทนฝ่ายสมัชชาคนจนสามารถตกลงกันจนได้ข้อยุติ และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใด และหรือเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงานที่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบแนวนโยบาย ของรัฐบาลและมีความเป็นธรรมก็ให้หน่วยงานนั้น ๆ รับไปดำเนินการตามแนวทางการแก้ไขปัญหา แล้วรายงานให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนทราบต่อไป ๑.๒ เรื่องใดยังมีความขัดแย้งกันอยู่ และหรือไม่อาจดำเนินการได้ตามข้อ(1.1) ให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนตามคำสั่ง 50/2544 (คณะอนุกรรมการ) รับไปพิจารณาดำเนินการ ๒. รับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน และคณะอนุกรรมการต่าง ๆ ที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนแต่งตั้ง ตามที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ สำหรับเบี้ยประชุมของคณะอนุกรรมการ ฯ ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีหารือเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก่อนดำเนินการ โดยให้ดำเนินการกรณีเขื่อนราษีไศล ดังนี้ ๑. ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ยกเลิกการกักเก็บน้ำ และยุติการดำเนินใดๆ จากเขื่อนราษีไศล จนกว่าการดำเนินการดังต่อไปนี้ จะได้ข้อยุติ
๑.๑. แก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและทางสังคม ๑.๒. ประเมินความคุ้มค่าในการใช้ประโยชน์ด้านชลประทาน ๑.๓ ให้ประเมินความคุ้มค่าของโครงการเขื่อนราไศล โดยให้นำเอางบที่ต้องจ่ายเป็นค่าชดเชย รวมเป็นต้นทุนในการก่อสร้างโครงการ และต้นทุนความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นต้นทุนในการก่อสร้าง ๒. ให้คณะกรรมการติดตามผลการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเขื่อนราษีไศล ตามคำสั่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่ 152 / 2543 ดำเนินการให้แล้วเสร็จ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลในการดำเนินการตามที่คณะกรรมการเสนอ ๓. ให้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินตาม
แนวทางการพิสูจน์สิทธิ์ 8 ขั้นตอน ดังนี้ ๑. ยื่นคำร้อง ๒. สอบสวนสิทธิ์ในที่ดินทำกิน (ใช้อิงแบบสอบสวนสิทธิ์ สปก.) ๓. รางวัดที่ดินเป็นรายแปลง ๔. ปักขอบเขตแปลงที่ดิน ๕. พยานข้างเคียงรับรอง หรือผู้อาวุโสในชุมชน รับรองเป็นรายๆไป ๖. ลงตำแหน่งแปลงที่ดินในระวางแผนที่กรมที่ดิน ๗.อนุกรรมการรับรองผลการตรวจสอบ ๘.ติดประกาศเพื่อให้มีการคัดค้านภายใน 30 วัน โดยให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่าง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง กับตัวแทนสมัชชาคนจนในจำนวนเท่ากัน เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ตามบัญชีรายชื่อที่สมัชชาคนจนเสนอ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๔
ความล่าช้าในการดำเนินการและข้อขัดแย้ง
ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน ( ปองพล อดิเรกสาร ) ได้มีคำสั่งที่ ๑๗ / ๒๕๔๔ แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม โดยมีนายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เป็นประธาน ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๔
คณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ ได้เรียกประชุม ครั้งที่ ๑ และจากนั้นไม่มีการประชุมอีกเลย ๑๗ มกราคม ๒๕๔๕
ตัวแทนชาวบ้านราษีไศลจำนวน ๒๖ คน ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาจากเขื่อนราษีไศล แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจาก ทางจังหวัดศรีสะเกษรับฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฯฝ่ายเดียว ๒๒ มกราคม ๒๕๔๕
ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเขื่อนราษีไศล จำนวน ๑,๒๐๐ คน ได้เดินทางมาชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาที่เกิดจากเขื่อนราษีไศล ๒๔ มกราคม ๒๕๔๕
ตัวแทนชาวบ้าน ๑๕ คน ได้เข้าเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และยื่นหนังสือเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาที่เกิดจากการสร้างเขื่อนราษีไศล ๗ ข้อ ๓ เมษายน ๒๕๔๕
กรอบการเจรจาและสถานการณ์ปัจจุบัน
ได้มีการนัดหมายการเจรจาระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ กับสมัชชาคนจน โดยเห็นร่วมกันว่าจะเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อแก้ไขปัญหาเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนา ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๔๕ เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๐.๐๐ น. ๔ เมษายน ๒๕๔๕
ตัวแทนสมัชชาคนจนได้หารือกำหนดประเด็นการเจรจาร่วมกับที่ปรึกษา รมว.วิทยาศาสตร์ และเห็นชอบร่วมกัน ดังนี้ กรอบการเจรจา ๑.พิจารณาความคุ้มค่าในการสร้างเขื่อนราษีไศล ๒.พิจารณาแก้ไขปัญหาความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่เกิดจากการก่อสร้างและการเก็บกักน้ำของเขื่อนราษีไศล ประเด็นในการเจรจา ๑.ขั้นตอนการก่อสร้าง ๑.๑ การอนุมัติโครงการ ๑.๒ การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเขื่อนราษีไศล ๒.ลักษณะโครงการ ๒.๑ ตัวฝายราษีไศล ๒.๒ โครงการองค์ประกอบ –
ระบบชลประทาน –
คันดินกั้นน้ำ ๒.๓ ขอบเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ( แผนที่ / เอกสาร ) ๓.วัตถุประสงค์ / เป้าหมายของโครงการเขื่อนราษีไศล ๓.๑ พื้นที่ชลประทาน / สถานีสูบน้ำ ( ผลการดำเนินการที่ผ่านมา ) ๓.๒ การอุปโภค บริโภค ( ผลการดำเนินการที่ผ่านมา ) ๔. ผลการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา ๔.๑ ด้านสิ่งแวดล้อม –
การแก้ไขปัญหาการสูญเสียป่าบุ่ง – ป่าทาม –
การแก้ไขปัญหาดินเค็ม และน้ำเค็ม –
การแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของต้นไมยราบยักษ์ –
การแก้ไขปัญหาการลดลงของชนิดพันธุ์ปลา –
ปัญหาน้ำเน่า ๔.๒ ด้านสังคม –
การแก้ไขปัญหาการสูญเสียที่ดินทำกิน –
การสูญเสียอาชีพ ๕. แนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต ๕.๑ ทางเลือกในการจัดการ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม ๕.๒ การฟื้นฟูระบบนิเวศน์แม่น้ำมูน –
ทางกายภาพ –
ทางชีวภาพ ๑๐ เมษายน ๒๕๔๕
ตัวแทนสมัชชาคนจนได้เดินทางไปยังกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เพื่อร่วมเจรจาตามนัดหมาย มี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เป็นประธาน รมต.สนธยา คุณปลื้ม ได้แจ้งต่อที่ประชุมเจรจาว่าวันนี้เป็นการหารือยังไม่ใช่การเจรา และขอให้ทางสมัชชาคนจนเสนอข้อเรียกร้องมาว่าต้องการอะไร ด้านสมัชชาคนจนยืนยันว่าเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องเดิมไม่มีอะไรใหม่ และขอให้นัดหมายว่าการเจรจาอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันไหน ด้าน รมต.สนธยา บอกว่าขอดูตารางงานก่อนแล้วจะแจ้งกลับมายังสมัชชาคนจน ปัจจุบัน รมต.สนธยา ยังไม่มีการประสานงานกลับมาแม้แต่ครั้งเดียว
สรุป
การเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาที่เกิดจากการสร้างเขื่อนราษีไศลอย่างรอบด้าน โดยการยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการต่อผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษในวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๓ ต่อมามีการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนราษีไศลทั้ง ๗ บาน เพื่อบรรเทาปัญหาเฉพาะ จนถึงปัจจุบันนี้ การแก้ไขปัญหายังไม่มีการดำเนินการเลย สมัชชาคนจนจึงเรียกร้องให้มีการเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการ ระหว่างกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานเจ้าของโครงการ กับสมัชชาคนจน โดยมีกรอบประเด็นในการเจรจาดังนี้
๑.พิจารณาความคุ้มค่าในการก่อสร้างเขื่อนราษีไศล ๒.พิจารณาแก้ไขปัญหาความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่เกิดจากการก่อสร้างและการเก็บกักน้ำของเขื่อนราษีไศล
อ่านต่อ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ปูแป้ง ปูทูลกระหม่อม
ยังไม่พบเนื้อหาฉบับเต็มในข้อมูลที่กู้คืน
ปูแป้ง ปูทูลกระหม่อม
ยังไม่พบเนื้อหาฉบับเต็มในข้อมูลที่กู้คืน
ไขความลับปลากระเบนแม่น้ำโขง
ปลาฝาไม: ปลากระเบนแม่น้ำโขงที่หายากน้อยคนนักที่จะรู้ว่า แม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายมีปลากระเบน ถ้าไม่ใช่คนที่ศึกษาติดตามเรื่องปลาแม่น้ำโขงหรือชุมชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ความเข้าใจส่วนใหญ่จะ…