ภาคปชช.ค้านเขื่อนไซยะบุรีปลาบึกจะสูญพันธุ์

เครือข่ายปชช.เผยแบงค์ไทย4แห่งอยากปล่อยกู้"ช.การ ช่าง" 7.5หมื่นล้านสร้างเขื่อนไซยะบุรี สร้างครบ 12เขื่อน จะกระทบ2ล้านคน ปลาบึกจะสูญพันธุ์ หวั่นสร้าง เขื่อนไซยะบุรี กั้นแม่น้ำโขงใน ลาว ทำปลาบึกไทยสูญ นักข่าวไทยลงสำรวจพื้นที่พบโครงการคืบหน้าไปมาก จวกบริษัทช.การช่างอาเปรียบเพื่อนบ้าน เอ็นจีโอแนะรัฐบังคับใช้กฎหมายไทย เชื่อผลกระทบต่อระบบนิเวศมหาศาล จากวิกฤตแม่น้ำโขงแห้งผิดปกติมากกว่า ทุกปี ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผลมาจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในประเทศจีน ชาวบ้านจากหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายได้ประท้วงที่หน้าสถานเอกอัคราชทูต จีนประจำประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายนทีผ่านมา ทำให้ทางการจีนยอมปล่อยน้ำจากเขื่อนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามภาคประชาชนและชาวบ้านที่ อยู่ริมแม่น้ำโขงยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเพราะปัจจุบันมีโครงการสร้าง เขื่อนกั้นลำน้ำโขงอีก 12 แห่งในเขตชายแดนไทย- ลาว ในสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาว (สปป. ลาว )และประเทศกัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในแต่ละประเทศอย่างเชื่อมโยงและเป็นลูกโซ่ ผู้สื่อข่าวจากประเทศไทยร่วมกับเครือ ข่ายภาคประชาชนได้ลงสำรวจแม่น้ำโขงในสปป. ลาว โดยล่องเรือตั้งแต่แขวงหลวง พระบางไปจนถึงแขวงไซยะบุรี ซึ่งจะมีการสร้างเขื่อนหลวงพระบางและ เขื่อนไซยะบุรี ซึ่งพบว่าขณะนี้โครงการสร้างเขื่อนหลวงพระบางมีความคืบหน้าระดับหนึ่ง โดยกลุ่มผู้รับเหมาชาวเวียดนามได้ทำการสำรวจพื้นทีหลายครั้งแล้ว ส่วนการสร้าง เขื่อนไซยะบุรี นั้น มีความคืบหน้ามากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงแห่ง อื่นๆ และหากมีการสร้างเร็จจะถือว่าเป็นเขื่อนกั้นแม่โขงแห่งแรกของลุ่มน้ำตอนล่าง ซึ่งการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงไซยะ บุรี ดำเนินการโดยบริษัท ช.การช่าง ประเทศไทย โดยได้ทำรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ เสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอให้รัฐบาล ลาว พิจารณา คาดการณ์ว่า เขื่อนไซยะบุรี จะเดินหน้าและจะ สามารถผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ราวปี 2559 อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ริมฝั่งโขงส่วนใหญ่ยังไม่ทราบข้อมูลของโครงการ สร้างเขื่อนครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงสายหลักในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงต้องเข้าสู่กระบวนการแจ้งให้ประเทศมาชิกของคณะ กรรมาธิการแม่น้ำโขง(เอ็มอาร์ซี) ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม รับทราบ ซึ่งคาดว่ารัฐบาล ลาว จะเริ่มกระบวนการนำเอกสาร โครงการ เขื่อนไซยะบุรี เสนอให้ประเทศ สมาชิกพิจารณาเร็วๆ นี้ ทั้งนี้โครงการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าไซ ยะบุรีนี้ บริษัท ช.การช่าง ได้ลงนามข้อตกลงพัฒนาโครงการกับรัฐบาล ลาว เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 และกำลังจะลงนามบันทึกข้อตกลงขายไฟฟ้า (Tariff MOU) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีกำลังผลิตติดตั้ง 1280 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะส่งขายให้แก่ประเทศไทย แต่เรื่องนี้ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มนักอนุรักษ์และนัก วิชาการ เนื่องจากยังไม่มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับ ทราบ แต่เป็นการงุบงิบทำข้อตกลงกับรัฐบาล ลาว อย่างไรก็ตาม มีการรายงานการศึกษาผลกระทบจากการสร้างเขื่อนำไซยะบุรีซึ่งจัดทำโดยเอ็มอา ร์ซี ระบุว่า จะก่อให้เกิดอ่างเก็บน้ำยาวตามลำน้ำ 95 กิโลเมตร จะส่งผลกระทบต่อประชาชน 202,198 คน ในพื้นที่ 4 เมืองในสปป. ลาว และต้องอพยพประชาชนอย่างน้อย 10 หมู่บ้าน แต่หากมีการสร้างเขื่อนทั้งสิ้น 12 เขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนล่าง ใน ลาว ไทย และกัมพูชา จะสร้างผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนสูงถึง 2 ล้านคน ในพื้นที่ 13 จังหวัด 47 อำเภอ ทั้งนี้สถาบันทางการเงินในประเทศไทยอย่างน้อย 4 แห่ง คือธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้แสดงความจำนงค์ที่จะให้บริษัทช.การช่าง กู้เงินเพื่อมาดำเนินการก่อสร้าง เขื่อนไซยะบุรี แล้ว เป็นเงินกู้รวม 7.5 หมื่นล้านบาท นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อบริหารการจัดการน้ำแบบบูรณาการ(ประเทศไทย) กล่าวว่า โครงการสร้างเขื่อนเขื่อนในลำน้ำโขงจำนวน 12 เขื่อน ตั้งแต่อ.เชียงแสน จ.เชียงรายไปจนถึงปากแม่น้ำโขงในประเทศเวียดนาม ไม่ว่าจะสร้างแห่งหนึ่งแห่งใดก็มีผลกระทบพอๆกัน โดยเฉพาะโครงการ เขื่อนไซยะบุรี ที่อยู่เหนือ จ.เลย ก่อนที่จะถึงจ.เชียงราย ถ้าสร้าจริงก็จะเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศในแม่น้ำโขง เช่นเส้นทางอพยพของปลาโดยเฉพาะปลาบึก ที่จะอพยพจากแม่น้ำโขงตอนล่างขึ้นไปวางไข่บริเวณใกล้สามเหลี่ยมทองคำ “หาก มีการสร้างเขื่อนก็จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง แม้ว่าเขื่อนนี้จะสร้างในประเทศ ลาว แต่เมื่อปิดกั้นลำน้ำโขงใน ส่วนของประเทศ ลาว จะส่งผลกระทบในวงกว้างให้ประชาชนทั้ง 4 ประเทศ ต่อไปเราอาจไม่ได้เห็นปลาบึกที่จับได้ในเกือบทุกปีที่อ.เชียงของ จ.เชียงรายอีกต่อไป แต่ที่น่าอายคือบริษิทที่รับเหมาก่อสร้างเป็นของประเทศไทย”นายหาญณรงค์ กล่าว นายหาญณรงค์กล่าวว่า การสร้าง เขื่อนไซยะบุรี ครั้งนี้ประเทศไทย เกี่ยวข้องโดยตรงถึง 4 กรณี คือ นอกจากบริษัทรับสัมปทานการก่อสร้างเป็นของคนไทยแล้ว เงินลงทุนยังมาจากธนาคารพาณิชย์ของไทย ผู้รับซื้อไฟฟ้าก็คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และผู้ใช้ไฟฟ้าคือคนไทย เพียงแต่ว่าเขื่อนนี้ไม่ได้สร้างในประเทศไทย แต่คนไทยเกี่ยวข้องมาก จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำข้อกฏหมายหรือเอาข้อบังคับใช้ทางกฏหมายที่ เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และกฏหมายอื่นๆที่เกี่ยวกับคนไทยมาใช้กับเขื่อนนี้อย่างเคร่งครัดด้วย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการการหยิบยกเอากฏหมายดังกล่าวมาใช้เลย อีกทั้งประชาชนทั้งไทยและ ลาว ก็ไม่มีส่วนรับรู้ข้อมูลข่าว สารใดๆทั้งสิ้น “ประเทศไทยไม่ควรอาศัยช่องทางนี้เอาเปรียบกลุ่มชนใน ประเทศเพื่อนบ้านเพียงเพื่อหวังกำไรทางธุรกิจ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นผลกระทบต่อชุมชนและทรัพยากรของคนในประเทศตัวเอง จนไม่สามารถเยียวยาได้เหมือนเขื่อนๆอื่นที่เคยสร้างในประเทศไทย” นายยหาญณรงค์ กล่าว
อ่านต่อ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ปูแป้ง ปูทูลกระหม่อม
ยังไม่พบเนื้อหาฉบับเต็มในข้อมูลที่กู้คืน
ปูแป้ง ปูทูลกระหม่อม
ยังไม่พบเนื้อหาฉบับเต็มในข้อมูลที่กู้คืน
ไขความลับปลากระเบนแม่น้ำโขง
ปลาฝาไม: ปลากระเบนแม่น้ำโขงที่หายากน้อยคนนักที่จะรู้ว่า แม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายมีปลากระเบน ถ้าไม่ใช่คนที่ศึกษาติดตามเรื่องปลาแม่น้ำโขงหรือชุมชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ความเข้าใจส่วนใหญ่จะ…